ทำความรู้จักน้ำยาเคลือบแก้วกราฟีน ความแข็งระดับ 10H+

35 จำนวนผู้เข้าชม  |  เคลือบแก้วรถยนต์

น้ำยาเคลือบแก้วกราฟีน 10H

ทำความรู้จักน้ำยาเคลือบแก้วกราฟีน ความแข็งระดับ 10H+

 

เคลือบแก้วกราฟีน คืออะไร? ผลิตมาจากอะไร?


เคลือบแก้วกราฟีน คือการนำสารในกลุ่มกราไฟต์ที่สังเกราะห์มาเป็นกราฟีน มาเป็นสารตั้งต้นในการผลิต และมีการใช้กลุ่มสารอนุพันธ์ในการพัฒนาเพื่อให้เกิดความเสถียรในการใช้งาน กราฟีนได้ถูกนำมาใช้ในการผลิตน้ำยาเคลือบแก้วรถยนต์ซึ่งถือได้ว่าเป็นความสำเร็จครั้งแรกของโลกในวงการคาร์แคร์  ซึ่งกราฟีนถูกนำมาผลิตเป็นน้ำยาเคลือบแก้วเพื่อเคลือบปกป้องสีผิวรถยนต์และให้ความความเงางามได้เหนือชั้นขึ้นไปอีกขั้นจนถูกเรียกว่าเคลือบแก้วแห่งอนาคต




วิวัฒนาการของเคลือบแก้วรถยนต์ - เคลือบแก้วกราฟีน - เคลือบแก้วเซรามิก - เคลือบแก้วคริสตัล

ในสมัยก่อนนั้นการดูแลรถยนต์นั้นจะเป็นเพียงการขัดเคลือบสีรถธรรมดา หรือที่ได้ยินกันคุ้นหูว่าลงแวกซ์เคลือบเงารถยนต์นั่นเองซึ่งการเคลือบ 1 ครั้งจะปกป้องสีรถของเราได้ 1-2 สัปดาห์ หรือนานที่สุดก็คือ 1-2 เดือน

ต่อมานักวิทยาศาสตร์ได้มีการวิจัยและพัฒนาเคลือบแก้วเซรามิกซึ่งเป็นคนละเทคโนโลยีกับการเคลือบแวกซ์ เคลือบ 1 ครั้งสามารถเงาปกป้องสีรถได้ยาวนาน 1-3 ปี ซึ่งระยะการติดทนนานก็ขึ้นอยู่กัลสเปคของน้ำยาแต่ละตัวด้วย

จนในล่าสุด ที่กราฟีนได้ถูกค้นพบขึ้น จึงได้มีการวิจัยและพัฒนากราฟีนเพื่อมาประยุกต์ใช้ในวงการรถยนต์ โดยมีการพัฒนาต่อยอดจากเคลือบแก้วเซรามิก มาเป็นเคลือบแก้วกราฟีน หรือที่นักวิจัยทั่วโลกเรียกว่าเคลือบแก้วแห่งอนาคต นั่นเอง โดยมีคุณสมบัติที่เหนือขึ้นไปอีก ทั้งในเรื่องของความเงาฉ่ำวาวบนสีรถมากขึ้น ความทนทานต่อสารเคมีมากขึ้น มีความแข็งแกร่งมากกว่าการเคลือบแก้วเซรามิกหลายเท่าตัวแต่กลับมีความยืดหยุ่นที่สูงมาก ทำให้ชั้นฟิล์มแก้วกราฟีนที่เคลือบลงไปบนสีรถได้ไม่แตกร่อน และทนทานต่อความร้อนได้สูงขึ้น การเคลือบแก้วกราฟีน 1 ครั้ง สามารถติดทนนานได้ 1-5 ปีแล้วแต่สเปค  และคุณภาพของน้ำยา ซึ่งถือว่าเคลือบแก้วกราฟีนเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่จะเปลี่ยนวงการคาร์แคร์ หรือ car detailing ทั่วโลกเลย ก็ว่าได้

 

เคลือบแก้วกราฟีนถูกพัฒนาต่อยอดมาจากเคลือบแก้วเซรามิกซึ่งทั่วโลกต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเคลือบแก้วแห่งอนาคตด้วยคุณภาพบัติของสารกราฟีนเองที่มีคุณภาพโดดเด่นหลายด้านเมื่อถูกนำมาพัฒนาเป็นน้ำยาเคลือบแก้วรถยนต์แล้วทำให้มีคุณภาพบัติโดดเด่นดังต่อไปนี้




ให้ความเงาฉ่ำลึก วาว ดูมีมิติ ตลอด
ลดการเกิดรอย ทำให้รถเป็นรอยยาก
ความนูนของหยดน้ำอยู่ในระดับ 120 องศาหรือมากกว่า
ความทนทานต่อสภาพภูมิอากาศ
ค่าการต่อต้านสารเคมีต่างๆ (Chemical Resistant)
ค่าความแข็ง (Hardness of Mohs scale) สูงมากกว่า 10H (Above 10H)
ทนความร้อนสูงถึง 2200 F
ล้างง่าย ดูแลทำความสะอาดง่าย
มีความยืดหยุ่น ไม่แตกลอกร่อน
ใช้งานง่ายกว่าในสมัยก่อนน้ำยาจะไม่แห้งหรือแข็งตัวเร็ว
ปกป้องสีรถยนต์ได้ยาวนานหลายปี
 

เคลือบแก้วกราฟีน - เคลือบแก้วเซรามิก ต่างกันอย่างไร ?

เคลือบแก้วกราฟีน และเคลือบแก้วเซรามิก ต่างกันที่สารเคมีที่นำมาใช้ในการผลิต เคลือบแก้วเซรามิคคือการใช้สารที่ใช้ในการผลิตแก้วที่เราเรียกกันว่าสารซิลิก้า หรือ SiO2 มาใช้ในการผลิตน้ำยาแก้วเคลือบบนผิวสีรถ ซึ่งเป็นสารคนละตัวกับสารซิลิก้า (SiO2) ที่ใช้ในการผลิตแก้วที่มีความหนา แข็ง แต่เปราะบาง แตกได้ กราฟีนจึงมีความเสถียรกว่าซิลิก้าหากนำมาผลิตเป็นน้ำยาเคลือบแก้วรถยนต์

ส่วนเคลือบแก้วกราฟีน คือการนำสารในกลุ่มกราไฟต์ที่สังเกราะห์มาเป็นกราฟีน มาเป็นส่วนผสมในการผลิต ซึ่งกราฟีนนั้นมีคุณสมบัติที่เหนือกว่าเคลือบแก้วเซรามิกในหลายๆด้าน ดังต่อไปนี้

เคลือบแก้วกราฟีนจะให้ความเงา ทีมีลักษณะออกฉ่ำวาว ทำให้สีรถดูมีมิติ โดดเด่น สามารถเห็นถึงความเงาชัดเจน ในขณะที่เซรามิกที่มีเบสสารมาจากซิลิก้าจะให้ความเงาออกใส แวว ความเงาใบรูปแบบของกราฟีนจึงทำให้สามารถมองเห็นได้ชัดเจนมากกว่านั้นเอง

เคลือบแก้วกราฟีนจะมีความทนทานต่อทุกสภาพภูมิอากาศสูง ทนต่อการชะล้าง ทนต่อความร้อนสูง มีค่าการต่อต้านสารเคมีต่างๆ (Chemical Resistant) มากกว่าสารซิลิก้าและเซรามิก รวมถึงค่าความแข็ง (Hardness of Mohs scale) เคลือบแก้วกราฟีนสามารถให้ค่าความแข็งที่สูงมากกว่า 10H (Above 10H) ซึ่งได้รับการ รับรองโดยสถาบันระดับโลกอย่าง SGS (Standard Global Services) แต่กลับมีความยืดหยุ่นและบางกว่าสารซิลิก้าหรือเซรามิก

นอกจากนี้ด้วยการเรียงตัวของโมเลกุลของกราฟีนแบบแปดเหลี่ยม ทำให้องศาความนูนของหยดน้ำของเคลือบแก้วกราฟีน นูนกว่าการเคลือบแก้วเซรามิคอย่างเห็นได้ชัดเจน หากนึกภาพตามง่ายๆ เหมือนหยดน้ำกลิ้งบนใบบอนเพราะฉนั้นแล้ว สิ่งสกปรกหรือคราบต่างๆก็จะเกาะหรือเข้าทำลายสีรถได้ยากขึ้นมาก ทำให้การดูแลและการล้างรถได้สาะอาดง่ายขึ้น

และอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่มีความแตกต่ากกันคือเคลือบแก้วกราฟีนมีความเสถียรในการใช้งาน ทำให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งานน้ำยาเคลือบแก้วกราฟีนได้ง่ายกว่าในสมัยก่อนๆมาก น้ำยาจะไม่แห้งหรือแข็งตัวเร็ว และด้วยอะตอมที่บางมากและมีความยืดหยุ่นศึงจึงทำให้เคลือบแก้วกราฟีนไม่มีปัญหาเรื่องการแตกร่อน  เคลือบแก้วกราฟีนจึกถูกขนามนาฝงมว่าเคลือบแก้วแห่งอนาคต


อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้บริโภคเข้าใจผิดมากที่สุดคือ เคลือบแก้วแล้วรถจะไม่เป็นรอย 100% หรือไม่มีอะไรที่จะมากัดหรือทำลายสีรถได้ เคลือบแก้วแล้วไม่ต้องล้างรถอีกต่อไป เป็นความเข้าใจที่ผิด  ให้นึกภาพการเคลือบแก้วให้กับรถเปรียบเสมือนเราใส่เสื้อเกราะกันกระสุน หากเราถูกยิงเสื้อเกราะเป็นรอย แต่เราไม่ไม่เป็นอันตราย




เลือกผลิตภัณฑ์เคลือบแก้วอย่างไร? เคลือบแก้วที่ไหนดี?

ในปัจจุบันผลิตภัณฑ์เคลือบแก้ว รวมถึงผู้ให้บริการเคลือบแก้ว (ศูนย์เคลือบแก้ว) นั้นมีหลากหลาย มีตั้งแต่ระดับราคาหลักร้อย ไปจนถึงหลักแสน แนะนำผู้บริโภคควรศึกษาหาข้อมูลทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่แท้จริง รวมถึงแนะนำให้ดูความน่าเชื่อถือของแบรนด์ระดับสากล หรือมีบริษัทผู้นำเข้าชัดเจน เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์เคลือบแก้วที่มีคุณภาพ รวมถึงเคมีภัณฑ์ที่เชื่อถือได้นั้นเอง และสำหรับการเลือกศูนย์เพื่อเข้ารับบริการเคลือบแก้วนั้น ควรเลือกศูนย์บริการที่อนุญาตให้สามารถเรามองเห็นการทำงาน รวมถึงขั้นตอนการเคลือบแก้วทั้งหมด เพื่อให้เรามั่นใจได้ว่ารถของเราได้รับการเคลือบแก้วด้วยผลิตภัณฑ์ที่เราเลือกอย่างแท้จริง เพื่อลดความเสี่ยงในการโดนหลอกนั้นเอง

นวัตกรรมและเทคโนโลยีในการดูแลสีรถ รวมถึงเคลือบแก้วมีการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง มีการเปลี่ยนแปลงไปสู่เทคโนโลยีที่ดีกว่าอยู่เสมอ สำหรับผู้ประกอบการคาร์แคร์หรือผู้บริโภคนั้น ก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์เพื่อให้สงง

งงามารถเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจ ด้วยการใช้นวัตกรรมของผลิตภัณฑ์ที่จะทำให้เราดูแลรถได้ง่ายขึ้น ลดต้นทุนการทำงาน แต่ให้ผลงานที่สวยสมบูรณ์แบบสูงสุด จึงนำมาซึ่งเคลือบแก้วแห่งอนาคต หรือ เคลือบแก้วกราฟีนนั้นเอง

Powered by MakeWebEasy.com